"อาร์แซน เวงเกอร์" ย้ำชัด อาร์เซนอลจะคว้าชัยชนะเหนือบาร์เซโลนา ด้วยการเล่นที่สวยงามตามแบบฉบับของทีม ด้าน "เชส ฟาเบรกัส" ยอมรับ ตั้งตารอดวลแข้งอดีตต้นสังกัดเก่า...
สำนักข่าวต่าวประเทศ รายงานวันที่ 31 มี.ค.ว่า อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล กำชับลูกทีมให้เล่นบอลเอ็นเตอร์เทนตามสไตล์เหมือนเดิม เชื่อเป็นอาวุธสำคัญที่จะทำให้สามารถเอาชนะแชมป์เก่า บาร์เซโลนา ได้อย่างแน่นอน
อาร์เซนอล เตรียมเปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของทีม "เจ้าบุญทุ่ม" คืนวันพุธนี้ ซึ่งกุนซือชาวฝรั่งเศสกล่าวก่อนเกมว่่า "เป้าหมายที่เยี่ยมยอดที่สุดคือ การชนะเกมแรกให้ได้ และจะต้องเป็นชัยชนะด้วยสไตล์การเล่นอันงดงามด้วย"
" เราจะพยายามเล่นบอลในแนวทางอย่างที่พวกเราคุ้นเคย แต่แน่นอนตลอด 90 นาที เราต้องเล่นกันอย่างมีระเบียบวินัย มันคงโง่มากๆ หากใครคนหนึ่งทำฟาวล์เมสซี และต้องโดนไล่ออกไป" เวงเกอร์ ย้ำชัด
ขณะที่ เชส ฟาเบรกัส จอมทัพกัปตันทีม "เดอะกันเนอร์ส" กระสันอยากดวลแข้งกับบาร์เซโลนา โดยไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีแชมป์เก่าแต่อย่างใด แม้ว่ายอมรับ อาจเป็นเกมที่หนักที่สุดในฤดูกาลนี้ของต้นสังกัด
แม้ว่าตอนนี้ตัวเองยังคงต้องลุ้นเช็กฟิตอย่างหนัก ว่าจะทันลงสนามในเกมคืนวันพุธนี้ได้หรือไม่ก็ตาม แต่ดาวเตะชาวสแปนิชเผยว่า ใฝ่ฝันที่จะได้เล่นกับอดีตทีมเก่าของตัวเอง นับตั้งแต่รู้ผลการจับฉลากประกบคู่
"ตั้งแต่ที่ผลประกบคู่ออกมา ผมฝันถึงเกมนี้ และผมหวังมากๆ ว่าจะได้เล่น ผมไม่เคยปกปิดว่าผมชอบทีมบาร์เซโลนา มันเป็นสถานที่ที่ผมเกิดและเติบโต และได้เรียนรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับฟุตบอล แต่อาร์เซนอลก็มีอะไรแบบนี้เช่นกัน นี่เป็นโอกาสที่เราจะโชว์ให้โลกเห็นว่า เราเองก็สูสีกับบาร์เซโลนา" ฟาเบรกัส กล่าว
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ผู้ดีผงะโรงยาสูบมาลาวี สารพิษในแรงงานเด็กอื้อ
องค์กรสิทธิเด็กในอังกฤษพบรายงานการใช้แรงงานเด็ก ในโรงงานยาสูบของมาลาวี เกือบ 80,000 คน และทำงานหนัก แต่รับค่าแรงน้อย อีกทั้งยังได้รับสารนิโคติน
ในรายงานหัวข้อ "งานหนัก จ่ายน้อยและใช้ยาว" ของแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรด้านสิทธิเด็กซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน พบว่า มาลาวีใช้แรงงานเด็กในโรงงานยาสูบกว่า 78,000 คน โดยทำงานเกิน 12 ชม./วัน ส่วนใหญ่รายได้ไม่ถึง 1.7 เซนต์/ชม. และไม่ได้ใส่ชุดป้องกัน นอกจากนี้ บางคน อายุเพียง 5 ขวบ แต่ต้องสูดสารนิโคตินวันละ 54 มิลลิกรัม เท่ากับสูบบุหรี่วันละ 50 มวน

กระนั้น นายแมคโดนัลด์ มุมบา เจ้าหน้าที่ของแพลนประจำมาลาวี ยอมรับว่าไม่มีการตรวจสุขภาพในแรงงานเด็ก และเข้าไปห้ามเรื่องการใช้ แรงงานเด็กในมาลาวีไม่ได้ ทั้งนี้เด็กมีอาการป่วยหนักจากการรับสารนิโคตินมากเกิน ทั้งปวดหัว เจ็บหน้าอก กล้ามเนื้ออ่อนล้า ไอ หายใจขัด เหมือนขาดออกซิเจน อาเจียนเป็นเลือด ซึ่งบางรายก็เสียชีวิต ขณะที่นายยูนุส มุซซา รมว.แรงงานมาลาวี อ้างว่า รัฐบาลกำลังทบทวน ก.ม.การจ้างงาน ส่วนบริษัทฟิลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนลยอมรับว่าซื้อยาเส้นจากมาลาวี แต่ก็ลงนามใน จ.ม.แจ้งผู้ผลิตเรื่องที่ไม่ให้จ้างแรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี.
ในรายงานหัวข้อ "งานหนัก จ่ายน้อยและใช้ยาว" ของแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรด้านสิทธิเด็กซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน พบว่า มาลาวีใช้แรงงานเด็กในโรงงานยาสูบกว่า 78,000 คน โดยทำงานเกิน 12 ชม./วัน ส่วนใหญ่รายได้ไม่ถึง 1.7 เซนต์/ชม. และไม่ได้ใส่ชุดป้องกัน นอกจากนี้ บางคน อายุเพียง 5 ขวบ แต่ต้องสูดสารนิโคตินวันละ 54 มิลลิกรัม เท่ากับสูบบุหรี่วันละ 50 มวน
กระนั้น นายแมคโดนัลด์ มุมบา เจ้าหน้าที่ของแพลนประจำมาลาวี ยอมรับว่าไม่มีการตรวจสุขภาพในแรงงานเด็ก และเข้าไปห้ามเรื่องการใช้ แรงงานเด็กในมาลาวีไม่ได้ ทั้งนี้เด็กมีอาการป่วยหนักจากการรับสารนิโคตินมากเกิน ทั้งปวดหัว เจ็บหน้าอก กล้ามเนื้ออ่อนล้า ไอ หายใจขัด เหมือนขาดออกซิเจน อาเจียนเป็นเลือด ซึ่งบางรายก็เสียชีวิต ขณะที่นายยูนุส มุซซา รมว.แรงงานมาลาวี อ้างว่า รัฐบาลกำลังทบทวน ก.ม.การจ้างงาน ส่วนบริษัทฟิลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนลยอมรับว่าซื้อยาเส้นจากมาลาวี แต่ก็ลงนามใน จ.ม.แจ้งผู้ผลิตเรื่องที่ไม่ให้จ้างแรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี.
"มาร์ค"เตือนเด็กใช้เทคโนโลยีระวังดาบสองคม
"มาร์ค"เตือนเด็กใช้เทคโนโลยีระวังดาบสองคม แนะควรหาภูมิคุ้มกันจากผู้มีประสบการณ์ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นคนดีและเก่ง พร้อมย้ำ ให้รักษาความดีมากขึ้น ...
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 8 ม.ค.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ ได้นำเด็กและเยาวชนดีเด่นที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะและรับฟังโอวาทจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า สภาพสังคมปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าเด็กและเยาวชนเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ซึ่งแตกต่างจากยุคก่อน แต่ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงมีทั้งจุดดีและจุดเสีย เพราะการเปลี่ยนแปลงบางอย่างมีความเสี่ยงและภัยคุกคาม แม้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้อย่างรวดเร็วก็จริง แต่อาจขาดประสบการณ์และความรอบคอบ รวมถึงยังไม่สามารถซึมซับสิ่งที่เป็นภัยอันตราย เด็กและเยาวชนจึงต้องปฏิบัติตนด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะเทคโนโลยีและอุปกรณ์ใหม่ๆที่อาจเป็นดาบสองคม ถ้าใช้ไปในทางที่ถูก จะเป็นความก้าวหน้า แต่ถ้าไม่รู้จักใช้หรือใช้ไม่เป็นใช้ในทางที่ผิด จะสร้างความเสียหายได้มาก ดังนั้นเมื่อใช้ประโยชน์กับเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเต็มที่ จะต้องมีภูมิคุ้มกันซึ่งสามารถหาได้จากผู้มีประสบการณ์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า การพัฒนาเด็กและเยาวชนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการพัฒนาคนไปในทางที่ถูกต้อง และร่วมมือกันสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดี ในทางกลับกัน เด็กและเยาวชนก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสังคม ตนได้มอบคำขวัญวันเด็กประจำปี 2553 ว่า “คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม” นั้น การคิดสร้างสรรค์และขยันใฝ่รู้ก็เป็นไปได้อย่างที่พูดว่า ยุคปัจจุบันเป็นยุค ที่เด็กสามารถเฟื่องฟูความรู้ให้กับตัวเองได้ด้วยการขยันใฝ่รู้ ใช้ความคิดที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ส่วนการเชิดชูคุณธรรมนั้นคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง
จึงหวังว่าวันเด็กในปีนี้ เด็กทุกคนจะนำแนวทางที่ตนพูดไว้ไปเป็นแนวปฏิบัติเพื่อเติบโตเป็นคนดีและคนเก่ง สอดคล้องกับสังคมไทยในปัจจุบัน รวมถึงมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของรัฐบาลจะเดินหน้าสานต่อนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะนโยบายด้านการศึกษา แต่สิ่งสำคัญคือการรักษาความดี บางครั้งการทำให้เกิดความสำเร็จดูเหมือนเป็นเรื่องยาก แต่การรักษาความสำเร็จและความดีเป็นเรื่องที่ยากกว่า และควรตั้งเป้าหมายว่าจะทำสิ่งที่ดีมากยิ่งขึ้น
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 8 ม.ค.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ ได้นำเด็กและเยาวชนดีเด่นที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะและรับฟังโอวาทจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า สภาพสังคมปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าเด็กและเยาวชนเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ซึ่งแตกต่างจากยุคก่อน แต่ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงมีทั้งจุดดีและจุดเสีย เพราะการเปลี่ยนแปลงบางอย่างมีความเสี่ยงและภัยคุกคาม แม้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้อย่างรวดเร็วก็จริง แต่อาจขาดประสบการณ์และความรอบคอบ รวมถึงยังไม่สามารถซึมซับสิ่งที่เป็นภัยอันตราย เด็กและเยาวชนจึงต้องปฏิบัติตนด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะเทคโนโลยีและอุปกรณ์ใหม่ๆที่อาจเป็นดาบสองคม ถ้าใช้ไปในทางที่ถูก จะเป็นความก้าวหน้า แต่ถ้าไม่รู้จักใช้หรือใช้ไม่เป็นใช้ในทางที่ผิด จะสร้างความเสียหายได้มาก ดังนั้นเมื่อใช้ประโยชน์กับเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเต็มที่ จะต้องมีภูมิคุ้มกันซึ่งสามารถหาได้จากผู้มีประสบการณ์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า การพัฒนาเด็กและเยาวชนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการพัฒนาคนไปในทางที่ถูกต้อง และร่วมมือกันสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดี ในทางกลับกัน เด็กและเยาวชนก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสังคม ตนได้มอบคำขวัญวันเด็กประจำปี 2553 ว่า “คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม” นั้น การคิดสร้างสรรค์และขยันใฝ่รู้ก็เป็นไปได้อย่างที่พูดว่า ยุคปัจจุบันเป็นยุค ที่เด็กสามารถเฟื่องฟูความรู้ให้กับตัวเองได้ด้วยการขยันใฝ่รู้ ใช้ความคิดที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ส่วนการเชิดชูคุณธรรมนั้นคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง
จึงหวังว่าวันเด็กในปีนี้ เด็กทุกคนจะนำแนวทางที่ตนพูดไว้ไปเป็นแนวปฏิบัติเพื่อเติบโตเป็นคนดีและคนเก่ง สอดคล้องกับสังคมไทยในปัจจุบัน รวมถึงมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของรัฐบาลจะเดินหน้าสานต่อนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะนโยบายด้านการศึกษา แต่สิ่งสำคัญคือการรักษาความดี บางครั้งการทำให้เกิดความสำเร็จดูเหมือนเป็นเรื่องยาก แต่การรักษาความสำเร็จและความดีเป็นเรื่องที่ยากกว่า และควรตั้งเป้าหมายว่าจะทำสิ่งที่ดีมากยิ่งขึ้น
เตือนอันตราย ไวรัสRSV ตายแล้วแสนคน
กระทรวงสาธารณสุข เตือนอันตราย ไวรัส “อาร์เอสวี” คร่าชีวิตเด็กทั่วโลกปีละ 2 แสนราย ร้อยละ 99 อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ในไทยพบเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ กว่า 1 หมื่นคน ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้แล้ว.....
เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นางพรรณสิริ กุลนารถศิริ รมช.สาธารณสุข เปิดเผยกรณีที่นิตยสารแลนเซต ประเทศอังกฤษ รายงานผลการศึกษาใหม่ของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระในสก็อตแลนด์ซึ่ง เป็นการศึกษาระดับโลกครั้งแรก ค้นพบว่าไวรัสที่มีชื่อว่าอาร์เอสวี (RSV : respiratory syncytial virus) เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการติดเชื้อในปอดของเด็กทำให้เกิดโรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ คร่าชีวิตเด็กทั่วโลกถึงปีละ200,000 ราย ร้อยละ 99 อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลก ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 33.8 ล้านคน ในจำนวนนี้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 3.4 ล้านคน
นางพรรณสิริ กล่าวว่า การศึกษาวิจัยดังกล่าว นับเป็นประโยชน์กับประเทศไทยมากในการพัฒนาสุขภาพเด็กเล็ก โดยเฉพาะการป้องกันโรคปอดบวม ซึ่งเป็นสาเหตุการตายของเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี สูงเป็นอันดับ 1 ของโรคติดเชื้อทั้งหมด จากการเฝ้าระวังการป่วยของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปีในปี 2552 พบว่าป่วยจากโรคปอดบวม 53,727 ราย เสียชีวิต 46 ราย โดยเกือบครึ่งหนึ่งติดเชื้อไวรัสหลายชนิด และมีประมาณกว่า 10,000 รายที่ติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี หรือประมาณ 1 ใน 4 ของสาเหตุติดเชื้อทั้งหมด โดยที่เหลือเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย
รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ในการป้องกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก ที่ดูแลเด็กต่ำกว่า 5 ปีทั่วประเทศให้มีคุณภาพ ไม่ให้เป็นแหล่งแพร่โรคติดเชื้อทุกชนิด โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจ เช่นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม เนื่องจากจะติดต่อกันง่าย เพราะเด็กวัยนี้ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เมื่อมีเด็กป่วย 1 คน ก็อาจจะลุกลามไปได้ทั้งศูนย์ โดยมาตรการสำคัญในการป้องกันคือการล้างมือให้เด็กเล็กบ่อยๆ และพี่เลี้ยงเด็กก็ต้องล้างมือบ่อยๆเช่นกัน เมื่อมีเด็กป่วย หากเป็นไปได้ให้ผู้ปกครองรับกลับบ้าน แต่หากไม่สามารถรับกลับบ้านได้ ให้แยกเด็กและแยกเครื่องใช้ของเด็กป่วย ออกจากเด็กปกติ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค
ด้านนพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ไวรัสอาร์เอสวี ทำให้เกิดโรคปอดบวม หรือปอดอักเสบและโรคระบบทางเดินหายใจ สามารถติดเชื้อได้โดยตรงและเกิดเป็นโรคแทรกซ้อนรุนแรงในกลุ่มทารกที่คลอด ก่อนกำหนด หรือมีความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด ในประเทศไทยพบโรคนี้ได้ตลอดปี แต่จะพบมากในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนก.ค. - ก.ย. อาการของโรคจะเริ่มจากเด็กเป็นไข้หวัดธรรมดาก่อน อาจมีไข้ต่ำๆ ไอ มีน้ำมูก แต่ต่อมาไข้จะสูงขึ้น หายใจลำบาก เด็กจะซึมลง ไม่กินน้ำ ไม่กินนม มีไข้สูง ไอ หายใจหอบเร็วและมีเสียงหวีดหรือฮื๊ด ซึ่งเป็นสัญญาณของอาการปอดบวมต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน มิฉะนั้นอาจเสียชีวิตได้
เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นางพรรณสิริ กุลนารถศิริ รมช.สาธารณสุข เปิดเผยกรณีที่นิตยสารแลนเซต ประเทศอังกฤษ รายงานผลการศึกษาใหม่ของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระในสก็อตแลนด์ซึ่ง เป็นการศึกษาระดับโลกครั้งแรก ค้นพบว่าไวรัสที่มีชื่อว่าอาร์เอสวี (RSV : respiratory syncytial virus) เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการติดเชื้อในปอดของเด็กทำให้เกิดโรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ คร่าชีวิตเด็กทั่วโลกถึงปีละ200,000 ราย ร้อยละ 99 อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลก ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 33.8 ล้านคน ในจำนวนนี้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 3.4 ล้านคน
นางพรรณสิริ กล่าวว่า การศึกษาวิจัยดังกล่าว นับเป็นประโยชน์กับประเทศไทยมากในการพัฒนาสุขภาพเด็กเล็ก โดยเฉพาะการป้องกันโรคปอดบวม ซึ่งเป็นสาเหตุการตายของเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี สูงเป็นอันดับ 1 ของโรคติดเชื้อทั้งหมด จากการเฝ้าระวังการป่วยของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปีในปี 2552 พบว่าป่วยจากโรคปอดบวม 53,727 ราย เสียชีวิต 46 ราย โดยเกือบครึ่งหนึ่งติดเชื้อไวรัสหลายชนิด และมีประมาณกว่า 10,000 รายที่ติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี หรือประมาณ 1 ใน 4 ของสาเหตุติดเชื้อทั้งหมด โดยที่เหลือเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย
รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ในการป้องกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก ที่ดูแลเด็กต่ำกว่า 5 ปีทั่วประเทศให้มีคุณภาพ ไม่ให้เป็นแหล่งแพร่โรคติดเชื้อทุกชนิด โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจ เช่นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม เนื่องจากจะติดต่อกันง่าย เพราะเด็กวัยนี้ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เมื่อมีเด็กป่วย 1 คน ก็อาจจะลุกลามไปได้ทั้งศูนย์ โดยมาตรการสำคัญในการป้องกันคือการล้างมือให้เด็กเล็กบ่อยๆ และพี่เลี้ยงเด็กก็ต้องล้างมือบ่อยๆเช่นกัน เมื่อมีเด็กป่วย หากเป็นไปได้ให้ผู้ปกครองรับกลับบ้าน แต่หากไม่สามารถรับกลับบ้านได้ ให้แยกเด็กและแยกเครื่องใช้ของเด็กป่วย ออกจากเด็กปกติ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค
ด้านนพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ไวรัสอาร์เอสวี ทำให้เกิดโรคปอดบวม หรือปอดอักเสบและโรคระบบทางเดินหายใจ สามารถติดเชื้อได้โดยตรงและเกิดเป็นโรคแทรกซ้อนรุนแรงในกลุ่มทารกที่คลอด ก่อนกำหนด หรือมีความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด ในประเทศไทยพบโรคนี้ได้ตลอดปี แต่จะพบมากในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนก.ค. - ก.ย. อาการของโรคจะเริ่มจากเด็กเป็นไข้หวัดธรรมดาก่อน อาจมีไข้ต่ำๆ ไอ มีน้ำมูก แต่ต่อมาไข้จะสูงขึ้น หายใจลำบาก เด็กจะซึมลง ไม่กินน้ำ ไม่กินนม มีไข้สูง ไอ หายใจหอบเร็วและมีเสียงหวีดหรือฮื๊ด ซึ่งเป็นสัญญาณของอาการปอดบวมต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน มิฉะนั้นอาจเสียชีวิตได้
ชวนคนในสังคมหยิบยื่นความสุข ให้เด็กน้อยในทัณฑสถาน
เชิงชาย ภูววีรานนท์ นำทีมไฮโซและดาราดังร่วมกันมอบผ้าอ้อมและเครื่องใช้เด็กอ่อนเป็นประเดิม.
ภายใต้โครงการ "Baby Sharing Story@The Mall Emporium Paragon" โดยจะรับบริจาคเสื้อผ้า และสิ่งของเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อน...
ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางมอบชุดชั้นในให้ผู้ต้องขังหญิงติดต่อกันมาหลายปี เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงรวมพลังกับรายการ 30 ยังแจ๋ว ทางช่อง 3 และภาคเอกชนอีกหลายองค์กร จัดทำโครงการดีๆเพื่อสังคมอีกหนึ่งโครงการ ภายใต้ชื่อ "Baby Sharing Story@The Mall Emporium Paragon" เพื่อมอบความรักสู่เด็กน้อยด้อยโอกาส โดยรับบริจาคเสื้อผ้า และสิ่งของเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อน เพื่อนำไปมอบให้เด็กติดผู้ต้องขังหญิงและเด็กอ่อนในทัณฑสถาน ผ่าน "โครงการกำลังใจ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา"

ม.ล.รดีเทพ ทองใหญ่ ร่วมบริจาคของใช้ให้เด็กอ่อนที่ติดมากับแม่ต้องขัง.
นายเชิงชาย ภูววีรานนท์ ผจก.ใหญ่สายบริหารสินค้าแผนกเด็กและของเด็กเล่น เดอะมอลล์ กรุ๊ป เผยถึงโครงการที่จัดทำขึ้นนี้ว่า เป็นกิจกรรมตอบแทนสังคมที่เดอะมอลล์ กรุ๊ป ให้ความสำคัญอีกโครงการหนึ่ง เพราะเด็กถือเป็นอนาคตของชาติ โดยเฉพาะเด็กในวัยแรกเกิดถึง 4 ขวบ ซึ่งถือเป็นวัยเริ่มต้นของชีวิตที่ควรได้รับความเอาใจใส่เป็นพิเศษและในบ้านเราก็ยังมีเด็กในวัยนี้อีกเป็นจำนวนมาก ที่ต้องการความรักความเอาใจใส่จากสังคม โดยเฉพาะเด็กที่ติดผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ ซึ่งมีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสงสาร ต้องอยู่ในห้องเล็กๆ ไม่มีโอกาสได้ออกไปเที่ยวเล่น ถึงเวลาแม่ก็มาให้นม เห็นแล้วสะเทือนใจมาก จึงอยากให้คนในสังคมช่วยกันหยิบยื่นความสุขเล็กๆน้อยๆ เพื่อสร้างชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเด็กเหล่านั้น โดยเฉพาะในเรื่องของผ้าอ้อมและนมที่มีความต้องการมากเป็นพิเศษ
แน่นอนว่าโครงการดีๆแบบนี้เหล่าคุณแม่คนดัง อาทิ ม.ล.รดีเทพ บุรณศิริ, กัญญารัตน์ พลาดิศัย, มัณฑนา หิมะทองคำ, อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ อาวะกุล ฯลฯ ย่อมไม่พลาดที่จะร่วมกันตอบแทนสังคม โดยขอประเดิมมอบผ้าอ้อมและเครื่องใช้ สำหรับเด็กอ่อนผ่าน "โครงการกำลังใจ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา" ส่วนผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคได้ที่แผนกเด็กและของเด็กเล่น เดอะมอลล์ ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม, พารากอน และช่อง 3 ระหว่างนี้ถึง 26 ส.ค.
ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางมอบชุดชั้นในให้ผู้ต้องขังหญิงติดต่อกันมาหลายปี เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงรวมพลังกับรายการ 30 ยังแจ๋ว ทางช่อง 3 และภาคเอกชนอีกหลายองค์กร จัดทำโครงการดีๆเพื่อสังคมอีกหนึ่งโครงการ ภายใต้ชื่อ "Baby Sharing Story@The Mall Emporium Paragon" เพื่อมอบความรักสู่เด็กน้อยด้อยโอกาส โดยรับบริจาคเสื้อผ้า และสิ่งของเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อน เพื่อนำไปมอบให้เด็กติดผู้ต้องขังหญิงและเด็กอ่อนในทัณฑสถาน ผ่าน "โครงการกำลังใจ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา"
ม.ล.รดีเทพ ทองใหญ่ ร่วมบริจาคของใช้ให้เด็กอ่อนที่ติดมากับแม่ต้องขัง.
นายเชิงชาย ภูววีรานนท์ ผจก.ใหญ่สายบริหารสินค้าแผนกเด็กและของเด็กเล่น เดอะมอลล์ กรุ๊ป เผยถึงโครงการที่จัดทำขึ้นนี้ว่า เป็นกิจกรรมตอบแทนสังคมที่เดอะมอลล์ กรุ๊ป ให้ความสำคัญอีกโครงการหนึ่ง เพราะเด็กถือเป็นอนาคตของชาติ โดยเฉพาะเด็กในวัยแรกเกิดถึง 4 ขวบ ซึ่งถือเป็นวัยเริ่มต้นของชีวิตที่ควรได้รับความเอาใจใส่เป็นพิเศษและในบ้านเราก็ยังมีเด็กในวัยนี้อีกเป็นจำนวนมาก ที่ต้องการความรักความเอาใจใส่จากสังคม โดยเฉพาะเด็กที่ติดผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ ซึ่งมีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสงสาร ต้องอยู่ในห้องเล็กๆ ไม่มีโอกาสได้ออกไปเที่ยวเล่น ถึงเวลาแม่ก็มาให้นม เห็นแล้วสะเทือนใจมาก จึงอยากให้คนในสังคมช่วยกันหยิบยื่นความสุขเล็กๆน้อยๆ เพื่อสร้างชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเด็กเหล่านั้น โดยเฉพาะในเรื่องของผ้าอ้อมและนมที่มีความต้องการมากเป็นพิเศษ
แน่นอนว่าโครงการดีๆแบบนี้เหล่าคุณแม่คนดัง อาทิ ม.ล.รดีเทพ บุรณศิริ, กัญญารัตน์ พลาดิศัย, มัณฑนา หิมะทองคำ, อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ อาวะกุล ฯลฯ ย่อมไม่พลาดที่จะร่วมกันตอบแทนสังคม โดยขอประเดิมมอบผ้าอ้อมและเครื่องใช้ สำหรับเด็กอ่อนผ่าน "โครงการกำลังใจ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา" ส่วนผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคได้ที่แผนกเด็กและของเด็กเล่น เดอะมอลล์ ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม, พารากอน และช่อง 3 ระหว่างนี้ถึง 26 ส.ค.
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)